
อย่าประมาท
อย่าเลินเล่อ อย่าเผลอตัว อย่าประมาท ถ้าว่าประมาทเลินเล่อเผลอตัวแล้วความตายจะมาถึงเมื่อไหร่ก็ไม่รู้ ต้องไม่ประมาทจึงจะใช้ได้ความไม่ประมาทนั้นเป็นตัวสำคัญ เป็นตัวไม่เผลอ เป็นตัวไม่ตายเพราะความประมาทนั้นเป็นตัวสำคัญ เป็นตัวเผลอ เป็นตัวตายนี่เพราะเป็นอยู่ดังนี้..(ที่มา โอวาทสุดท้าย เมื่อ ๑๕ ตุลาคม ๒๕๐๐ น.๙๐๒ บ.๒๓)

หยุดคำเดียว
หนทางหมดจดวิเศษนั้นคืออะไร? หยุดคำเดียวเท่านี้แหละ ตั้งแต่ต้นจนพระอรหัตทีเดียว ถ้าหยุดไม่ได้ก็ไม่ถูกทางไป ของพระพุทธเจ้าพระอรหันต์ ถ้าหยุดได้ก็ถูกทางไปของพระพุทธเจ้าพระอรหันต์ หยุด นั่นแหละเป็นหนทางหมดจดวิเศษ ยืนยันด้วยตำรับตำราว่า นตฺถิ สนฺติปรํ สุขํ สุขอื่นนอกจากหยุดจากนิ่งไม่มี ยังรับรองอย่างนี้อีก สุขอื่นนอกจากหยุดจากนิ่งไม่มี.ที่มา,หน้า ๒๐๖ บรรทัดที่ ๒๑,๒๗ หน้า๒๐๗บ.๓ (กัณฑ์ที่ ๑๕ ติลักขณาทิคาถา ๑๑ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๔๙๗)

ทาน คือ การให้
“ทาน”การให้นี่เป็นนโยบายของบัณฑิตทั้งหลาย แต่ไหนแต่ไรมา คนมีปัญญาแล้วก็ต้องให้ทาน ถ้าคนโง่แล้วเห็นว่าสิ้นหมดไป ถ้าว่าคนมีปัญญาแล้วเห็นว่ายิ่งให้ยิ่งมียกใหญ่การให้นั้นแหละเป็นข้อสำคัญนัก ไม่ต้องไปขอร้องใคร ทำอะไรสำเร็จหมดด้วยการให้ แต่ว่าต้องฉลาดให้ ถ้าโง่ให้ยิ่งจนใหญ่ ถ้าฉลาดให้ยิ่งให้ยิ่งรวยใหญ่ ฉะนั้นการให้ ถ้าอยากมีสมบัติยิ่งใหญ่มหาศาลละก็ต้องอุตส่าห์บำเพ็ญทาน บริจาคทานนี้ได้ชื่อว่า “ทานญฺจ” ทานคือการให้.ที่มา,หน้า ๗๓๖/๗๓๗/๗๓๘ บรรทัดที่ ๑๕/๑๓/๙ (กัณฑ์ที่๕๗ สังคหวัตถุ ๒๔ ธันวาคม พ.ศ. ๒๔๙๗)

ธรรมนั่นแลย่อมรักษาผู้ประพฤติธรรม
ธมฺโม หเว รกฺขติ ธมฺมจารึ ธรรมนั่นแลย่อมรักษาผู้ประพฤติธรรมเพราะธรรมคือความดี คุณธรรมให้ผลตามกาล ดีฝ่ายเดียวให้ผลเป็นสุขฝ่ายเดียวเทศนาธรรมที่พระองค์ตรัสเทศนา ไพเราะในเบื้องต้น ไพเราะในท่ามกลาง ไพเราะในเบื้องปลาย ท่านวางหลักไว้ ไพเราะในเบื้องต้นคือศีล บริสุทธิ์กายวาจาเรียบร้อยดีไม่มีโทษ ตลอดจนกระทั่งถึงดวงศีล ไพเราะในท่ามกลางคือสมาธิ ตลอดจนกระทั่งถึงดวงสมาธิ ไพเราะในเบื้องปลายคือปัญญา ตลอดจนกระทั่งถึงดวงปัญญาที่มา: มรดกธรรม เล่มที่ ๒ หน้าที่ ๘๑ – ๘๒ (กัณฑ์ที่ ๑๒ ธรรมรักษาผู้ประพฤติธรรม ๑๒ มกราคม ๒๔๙๗)

ใจใส เงินไหลเข้ามาเอง
ถ้าว่าจิตหยุดเสียได้ละก็ เขมํ ทีเดียว เกษมผ่องใสเหมือนอย่างกระจกคันฉ่องที่ส่องเงาหน้าทีเดียว ถ้าจิตผ่องใสขนาดนั้นแล้ว ไม่ต้องทำงานอะไรมากมายไปหรอก มันไหลเข้ามาเอง เงินนะ ไม่เดือดร้อน มีแต่เงินเข้า เงินออกไม่มีนะ ออกก็เล็กๆน้อยๆเข้ามามากทำใจให้ใสอยู่ท่าเดียวแหละ ใจเป็นแดนเกษมอยู่เสมอไปอย่างนี้ ให้ตั้งจิตให้อยู่ ให้ดูของตัวไว้ให้ผ่องใสอยู่อย่างนั้น เงินทองไหลมาเป็นมงคลแท้ๆ.ที่มา,หน้า ๓๕๔ บ.๑๘ (กัณฑ์ที่ ๒๗ มงคลสูตร ๒๕ เมษายน พ.ศ. ๒๔๙๗)

เราผู้ตถาคตคือธรรมกาย
พระองค์ทรงรับสั่งกับ พระวักกลิภิกขุว่า อเปหิ วกฺกลิ วักกลิจงถอยออกไป อิมํ ปูติกายํ ทสฺสนํ มาดูใยเล่าร่างกายตถาคตที่เป็นของเปื่อยเน่า โย โข วกฺกลิ ธมฺมํ ปสฺสติ โส มํ ปสฺสติ แนะสำแดงวักกลิ ผู้ใดเห็นธรรม ผู้นั้นเห็นเราผู้ตถาคต ธมฺมกาโย อหํ อิติปิ ผู้ตถาคตคือธรรมกาย นั่นแน่ะบอกตรงนั้นแน่ะ ว่าเราผู้ตถาคตคือธรรมกาย ธรรมกายนั้นเองเป็นตัวตถาคตเจ้า.

ดับทุกข์กามตัณหา
ที่จะหมดสิ้นไป ไม่เป็นทุกข์ เราจะทำอย่างไร… ต้องดับ กามตัณหา ภวตัณหา วิภาวะตัณหา ทุกข์เหล่านั้นจึงจะหมด ถ้าไม่ดับกามตัณหา ทุกข์ไม่หมดหรอก ถ้าดับเสียได้เป็นอย่างไร ถ้าดับเสียได้ก็เป็นนิโรธนะซี นิโรธเขาแปลว่าดับ จะเข้าดับ กามตัณหา ภวตัณหา วิภาวะตัณหาได้ ต้องเข้าถึงซึ่งมรรค คือ ศีล สมาธิ ปัญญานี่เอง ไม่ใช่อื่น มรรคน่ะศีล สมาธิ ปัญญา นี่เองที่มา,หน้า ๒๖๓ บ.๑๓ (กัณฑ์ที่ ๑๙ โอวาทปาฏิโมกข์ ๔ มีนาคม พ.ศ. ๒๔๙๗)

นึกถึงบุญ
“ ต้องนึกถึงบุญ สิ่งอื่นอย่าไปนึก นึกถึงบุญแต่เพียงอย่างเดียว เมื่อต้องภัยได้รับความทุกข์ยากลำบากอย่างใด…ก็ให้นึกถึงบุญ เอาใจไปจรดอยู่ที่บุญ ทำมาค้าขายอะไรก็ให้เอาใจไปจรดอยู่ที่บุญนั้น… จะได้ค้าขายคล่องได้กำไรเกินควรเกินค่า…”

ต้องนึกถึงบุญ
เราแสวงหาบุญสร้างบารมี บำเพ็ญทาน รักษาศีล เจริญภาวนา ได้บุญแล้ว ให้ใจจรดอยู่ที่บุญนั้น เมื่อประสบภัยได้ทุกข์ยากประการใด ก็นึกถึงบุญนั้น อย่าไปนึกสิ่งอื่นให้เหลวไหลต้องนึกถึงบุญ อย่างอื่นอย่าไปนึก นึกถึงบุญแต่เพียงอย่างเดียว เมื่อต้องภัยได้ความทุกข์ยากลำบากอย่างใด ก็ให้นึกถึงบุญ เอาใจไปจรดอยู่ที่บุญ ทำมาค้าขายอะไร ก็ให้เอาใจไปจรดที่บุญนั้น จะได้ค้าขายคล่อง ได้กำไรเกินควรเกินค่าที่มา: มรดกธรรม เล่มที่ ๔ หน้าที่ ๕๕ – ๕๖ (กัณฑ์ที่ ๓๐ ภัตตานุโมนากถา ๑๐ พฤษภาคม ๒๔๙๗)